ม็อบคีร์กีซสถานบุกสถานที่ราชการ ไม่พอใจผลเลือกตั้ง

ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลคีร์กีซสถานรวมตัวเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก และต้องการให้ผลการเลือกตั้งที่เพิ่งเสร็จสิ้น “เป็นโมฆะ” โดยมีการบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินของสถานที่ราชการด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ว่าสืบเนื่องจากผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาสูงสุดของคีร์กีซสถานทั้ง 120 ที่นั่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่าบรรดาพรรคการเมืองซึ่งเป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีซูรอนไบ เยเอนเบคอฟ ผู้นำคนปัจจุบัน กวาดที่นั่งรวมกันเกินเสียงข้างมาก “ได้อย่างง่ายดาย” ปูทางให้ผู้นำวัย 61 ปีสามารถแก้รัฐธรรมนูญให้อยู่ในตำแหน่งได้ตลอดชีวิต เมื่อครบวาระ 1 สมัย หรือ 6 ปีตามรัฐธรรมนูญ ในปี 2566 นั้น
 
ชาวคีร์กีซสถานจำนวนมากรวมตัวกันประท้วงตามท้องถนนในกรุงบิชเคก ตั้งแต่วันจันทร์ เรียกร้องการลาออกจากตำแหน่งของเยเอนเบคอฟ และต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดการลงคะแนนใหม่ เนื่องจากผู้ชุมนุมและฝ่ายค้าน “เชื่อมั่นว่ามีการทุจริตเป็นวงกว้าง”
 
ทั้งนี้ ผู้ประท้วงบางส่วนบุกเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล และสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ โดยสื่อท้องถิ่นรายงานมีการจุดไฟเผาทำลายตัวอาคารบางส่วน ขณะที่ตำรวจปราบจลาจลระดมยิงแก๊สน้ำตาเพื่อควบคุมสถานการณ์ และจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้มากกว่า 120 คน
 
ในเวลาเดียวกัน ผู้ประท้วงอีกส่วนหนึ่งบุกเข้าไปภายในสำนักงานของคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติ แล้วปล่อยตัวอดีตประธานาธิบดีอัลมาซเบ็ก อาตัมบาเยฟ ซึ่งถูกพิพากษาให้รับโทษจำคุกเป็นเวลานานในคดีคอร์รัปชั่น และทางการนำตัวมาคุมขังไว้ที่นี่แทนเรือนจำ

จนถึงตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอดีตผู้นำคีร์กีซสถาน วัย 64 ปี อยู่ที่ใด ด้านเยเอนเบคอฟกล่าวว่าเขาจะพบหารือกับตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองด้วยตัวเอง ในวันอังคารที่ 6 ต.ค. นี้ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
 
อนึ่ง คีร์กีซสถานเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต โดยได้รับเอกราชเมื่อปลายปี 2534 และสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) ให้การรับรองในเดือนมี.ค.ปีต่อมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคีร์กีซสถานยังคงมีความร่วมมือหลายด้านใกล้ชิดกับรัสเซีย แต่สถานการณ์การเมืองภายในไม่ค่อยมีเสถียรภาพมากนัก